วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Google Earth เผยที่ตั้ง "พีระมิดที่หายไป" ของอียิปต์


Google Earth เผยที่ตั้ง "พีระมิดที่หายไป" ของอียิปต์
แฟ้มภาพพีระมิตยิ่งใหญ่ ล่าสุดเครื่องมืออย่าง Google Earth ช่วยให้นักวิจัยได้พบพีระมิดที่ยังไม่เคยมีการสำรวจพบมาก่อน

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ภาพฐานหินจุดแรกที่อาจเป็น "พีระมิดที่หายไป" ขอบคุณภาพจาก Google Earth Anomolies

อีกฐานหินที่พบ และมีลักษณะเหมือนที่ราบรูปสามเหลี่ยม

ภาพซูมฐานหินที่คาดว่าจะเป็นพีระมิดโบราณ

หากโฮวาร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) นักโบราณคดีอังกฤษผู้ค้นพบสุสานฟาโรห์ตุตันคาเมนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ดูภาพถ่ายผ่านดาวเทียมได้ คาร์เตอร์คงสามารถค้นพบพีระมิดอื่นที่มากกว่าพีระมิดของยุวกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ เพราะล่าสุดนักวิจัยในสหรัฐฯ สามารถค้นพบฐานพีระมิดแห่งใหมที่ยังไม่เคยมีการระบุชื่อ ซึ่งเผยที่ตั้งในภาพจากบริการกูเกิลเอิร์ท (Google Earth) อย่างชัดเจน
      
       ข่าวนี้สะท้อนว่าทุกคนบนโลกสามารถค้นหาสมบัติที่หายไปของโลกได้จากบริการกูเกิลเอิร์ท บริการที่ชาวออนไลน์จะสามารถชมภาพถ่ายผ่านดาวเทียมเพื่อสำรวจโลกได้อย่างสะดวกสบายและไม่สิ้นเปลือง โดยนักวิจัยอเมริกันที่สามารถใช้กูเกิลเอิร์ทค้นพบตำแหน่งสถานที่ประวัติศาสตร์มีชื่อว่า "แองเจลา มิคอล (Angela Micol)" ซึ่งสื่อมวลชนยกตำแหน่งให้อย่างไม่เป็นทางการว่านักโบราณคดีผ่านดาวเทียม (satellite archaeology researcher)
      
       มิคอลนั้นอาศัยในนอร์ทแคโลไรนา แต่สามารถใช้กูเกิลเอิร์ทสำรวจสถานที่ที่คาดว่าจะเป็นพีระมิดที่ยังไม่เคยมีการสำรวจพบจำนวน 2 จุด โดยทั้ง 2 สถานที่นี้มีลักษณะเหมือนฐานพีระมิดโบราณไม่ผิดเพี้ยน จุดแรกคาดว่ามีฐานกว้าง 42.6 เมตรบนส่วนยอดแบนราบ เบื้องต้นคาดว่าเป็นผลจากการพังทลายที่ยอดพีระมิด นอกจากนี้ยังพบฐานหินอีก 3 กองกระจายในส่วนท้าย ซึ่งการจัดเรียงลักษณะนี้มีความคล้ายกับการจัดเรียงพีระมิดชื่อก้องโลกที่กิซา (Giza)
      
       นักวิเคราะห์เชื่อว่าฐานหินที่พบนั้นมีโอกาสเป็นพีระมิดโบราณสูง เพราะฐานหินดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากเมือง Dimai ไปทางตะวันออกราว 2 ไมล์ เมืองดังกล่าวเป็นเมืองโบราณที่มีหลักฐานว่าก่อตั้งโดยกษัตริย์ Ptolemy II (กษัตริย์ทอเลมีที่ 2) ซึ่งขุดพบโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างจากอิฐ ดิน และหิน ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับสถานที่ปรักหักพังในเมืองโบราณในอียิปต์
      
       สถานที่ประวัติศาสตร์อีกจุดที่มีการพบบนกูเกิลเอิร์ทนั้นอยู่ห่างจากเมือง Abu Sidhum ราว 12 ไมล์ (ใกล้กับแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของพีระมิดโบราณของอียิปต์ส่วนใหญ่) ลักษณะที่พบคือฐานหิน 4 จุดซึ่งมียอดเป็นรูปสามเหลี่ยม โดย 2 ฐานมีขนาดใหญ่ 76.2 ฟุต ขณะที่อีก 2 ฐานมีขนาดเล็กกว่าราว 30.48 ฟุต ทั้ง 4 ฐานหินถูกจัดวางในลักษณะเดียวกับพีระมิดเช่นกัน
      
       กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นการตอกย้ำว่ากูเกิลเอิร์ทนั้นเป็นเครื่องมือในการสำรวจโลกที่ทำได้ง่ายและได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก ซึ่งในกรณีนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านพีระมิดและอารยธรรมอียิปต์โบราณอย่าง Nabil Selim แสดงความเชื่อมั่นว่าฐานหินที่พบอาจจะเป็นพีระมิดโบราณจริง เพราะสถานที่เก็บซ่อนอารยธรรมอียิปต์โบราณอาจจะมีมากมาย และที่มีการสำรวจพบแล้วอาจจะมีจำนวนไม่ถึง 1%
      
       นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เทคโนโลยีท่องโลกแบบเสมือนสามารถทำให้โลกค้นพบสมบัติที่หายไปในอียิปต์ โดยปีที่ผ่านมาศาสตราจารย์ด้านอียิปต์และอาหรับอย่างซาราห์ พาร์คาก (Sarah Parcak) ประกาศว่าเธอได้ค้นพบพีระมิด 17 แห่ง แหล่งชุมชนโบราณ 3,100 แห่ง และสุสานมากกว่า 1,000 จุด เพราะความช่วยเหลือจากภาพถ่ายอินฟราเรดผ่านดาวเทียม

เอชพีขาดทุนยับ 8.9 พันล้านดอลล์


เอชพีขาดทุนยับ 8.9 พันล้านดอลล์
       เอชพี (Hewlett-Packard) ยักษ์ใหญ่โลกพีซีประกาศขาดทุนยับเยิน 8.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ปรากฏรายได้จากธุรกิจย่อยลดลงทุกแผนกยกเว้นแผนกซอฟต์แวร์ที่เพิ่มขึ้น ซีอีโอนอนใจ เชื่อนี่คือจุดเริ่มต้นของการกู้วิกฤตเอชพีที่จะกินเวลาต่อเนื่องหลายปี
      
       เม็ก วิตแมน (Meg Whitman) ซีอีโอเอชพีแถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ปีการเงิน 2012 ของเอชพี (เมษายน-สิงหาคม 2012) ว่า เอชพีกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างและฟื้นฟูบริษัท ทำให้เอชพีมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับรายได้ที่ชะลอตัวลงในหลายส่วนธุรกิจ ทั้งหมดส่งให้เอชพีขาดทุนสุทธิ 8.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ
      
       ตัวเลขจากเอชพีพบว่า 4 ใน 6 ธุรกิจย่อยของเอชพีมีรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ได้แก่ รายได้จากธุรกิจจำหน่ายพีซีที่ลดลงถึง 10% ขณะที่ธุรกิจภาพและงานพิมพ์ทำรายได้ลดลง 3%
      
       นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจบริการงานไอทีของเอชพียังลดลง 3% พร้อมกับที่ธุรกิจจำหน่ายคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ ระบบเก็บข้อมูล และระบบเครือข่ายของเอชพีที่ทำรายได้ลดลง 4% คาดว่าปัจจัยสำคัญคือรายได้จากการจำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์สำหรับองค์กรธุรกิจตระกูล Itanium ที่ทำเงินลดลง 16%
      
       สำหรับธุรกิจเดียวของเอชพีที่ทำรายได้เพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ผ่านมาคือธุรกิจซอฟต์แวร์ เอชพีระบุว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 18% ขณะที่ธุรกิจบริการการเงินนั้นคงที่ ไม่เพิ่มขึ้นและไม่ลดลง
      
       บัญชีติดตัวแดงของเอชพีในไตรมาสนี้ไม่สร้างความประหลาดใจให้นักสังเกตการณ์ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่หลายบริษัทต้องรัดเข็มขัดและชะลอการลงทุนในระบบไอทีองค์กร ขณะเดียวกัน เอชพีก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากการซื้อกิจการบริษัท Electronic Data Systems (EDS) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจซอฟต์แวร์องค์กร ทำให้แม้ในภาพรวมเอชพีจะมีรายได้ลดลงเพียง 5% แต่บริษัทต้องบันทึกตัวเลขขาดทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ
      
       รายได้ที่ลดลง 5% ของเอชพีนั้นคำนวณจากรายได้รวม 2.97 หมื่นล้านเหรียญที่บริษัททำได้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยตัวเลขขาดทุน 8.9 พันล้านเหรียญสหรัฐคิดเฉลี่ยได้เป็นขาดทุน 4.49 เหรียญต่อหุ้น เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (มกราคม-เมษายน 2012) เอชพีมีรายได้รวม 3.07 หมื่นล้านเหรียญ เป็นตัวเลขที่ลดลง 3% แต่บริษัทก็ยังกำไรที่ 1.6 พันล้านเหรียญ
      
       รายงานจากเอชพีชี้ว่า การขาดทุนในไตรมาสนี้มาจากการตัดค่าใช้จ่ายทางบัญชีแบบครั้งเดียวมูลค่า 1.08 หมื่นล้านเหรียญ โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการซื้อกิจการบริษัท EDS ซึ่งทำให้ในภาพรวมธุรกิจของเอชพีปี 2012 จะมีกำไรเฉลี่ย 4.07 เหรียญต่อหุ้น
      
       ยังมีตัวเลขที่น่าสนใจจากผลประกอบการของเอชพีในไตรมาสที่ผ่านมา ได้แก่ แผนกวิจัยและพัฒนาของเอชพีใช้งบประมาณมากขึ้นเป็น 854 ล้านเหรียญ จากปีที่แล้วที่ใช้ไป 812 ล้านเหรียญ ขณะเดียวกัน รายได้จากการจำหน่ายโน้ตบุ๊กของเอชพีก็ลดลง 13% เช่นเดียวกับยอดจำหน่ายเครื่องพิมพ์ที่ลดลง 3% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ซัมซุง


ซัมซุง เรียกน้ำย่อยก่อนงาน IFA 2012 เผยโฉม Galaxy Player 5.8 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รายละเอียดตัวเครื่องที่มีการเปิดเผยออกมา

ซัมซุงเผยโฉมเครื่องเล่นพกพา Galaxy Player 5.8 ที่เดินตามรอยการออกแบบของ Galaxy S3 พร้อมความสามารถในการใช้งานแอนดรอยด์เต็มรูปแบบ ยกเว้นการใช้งานโทรศัพท์ 3G และส่งข้อความสั้น
      
       ตัว Galaxy Player เปิดเผยเครื่องอย่างเป็นทางการที่ประเทศเกาหลี มาพร้อมกับหน้าจอทัชสกรีนขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด qHD (540 x 960 พิกเซล) ซึ่งเมื่อหน้าจอใหญ่แล้วก็มาพร้อมกับแบตเตอรีขนาด 2,500 mAh กล้องหน้าความละเอียด VGA ลำโพงสเตอริโอ บลูทูธ จีพีเอส หน่วยความจุมีให้เลือก 2 ขนาดคือ 16 GB และ 32 GB และช่องใส่ไมโครเอสดีการ์ดเพิ่มเติม
      
       โดยภายใน Galaxy Player 5.8 ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 อินเตอร์เฟส TouchWiz ซึ่งทางซัมซุงได้มีการเพิ่ม Learning Hub ที่รวบรวมหนังสือทางวิชาการเข้ามาตอบโจทย์การใช้งานของนักเรียน นักศึกษาให้ได้เลือกซื้อกัน
      
       สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy Player 5.8 น่าจะมีการเปิดเผยภายในงาน IFA 2012 ที่จะเป็นงานแสดงสินค้าที่หลากหลายของซัมซุง ซึ่งจะจัดขึ้นที่ กรุงเบอร์ลิน ประเทศ เยอรมันนี
      
       ทั้งนี้มีรายงานว่าภายในงานดังกล่าว ซัมซุง จะมีการเผยโฉม Galaxy Note 2 และไฮบริดจ์โน้ตบุ๊กที่สามารถแยกจอออกมาเป็นแท็บเล็ต ทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 ด้วย

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555


ถึงคราว Flash for Android ปิดม่าน
       เป็นไปตามคำประกาศที่มีมาก่อนหน้านี้ สำหรับอะโดบีผู้พัฒนาแฟลช (Flash) ว่าจะหยุดการพัฒนาเทคโนโลยีแฟลชสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนสายพันธุ์แอนดรอยด์ ส่วนสาเหตุที่ทำให้อะโดบีต้องยอมแพ้ในการพัฒนาแฟลชบนอุปกรณ์มือถือในครั้งนี้นั้น เป็นเพราะว่าการมาของเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า ฉลาดกว่า อย่าง HTML5
       

      
       จากคำประกาศของอะโดบีที่มีมาตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว อะโดบีได้มีการประกาศว่าจะยุติการพัฒนาแฟลชสำหรับอุปกรณ์พกพา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีการยุติการพัฒนาเสียที แต่ล่าสุดวันนี้ 15 สิงหาคม อะโดบีได้ทำตามคำมั่นที่เคยให้ไว้ ด้วยการยุติการพัฒนาแฟลชอย่างเป็นทางการแล้ว
      
       ทั้งนี้ สาเหตุที่อะโดบีจำต้องยอมยกธงขาวต่อการพัฒนาเทคโนโลยีแฟลชมาจากเหตุผลหลัก 2 ประการ ได้แก่ ประการแรกเริ่มต้นมาจากสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิลผู้ล่วงลับ ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า เทคโนโลยีภายใต้ระบบแฟลชจะไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เข้ามากล้ำกรายในอุปกรณ์พกพาของแอปเปิลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน ไอพอดทัช หรือไอแพด โดยได้ยกเหตุผลขึ้นให้มีน้ำหนักมากขึ้นว่าแฟลชเป็นระบบปิดที่มีช่องโหว่ในการทำงานมากมาย ทำให้ผู้ใช้งานอุปกรณ์มีความเสี่ยงที่จะต้องเจอปัญหาระหว่างการใช้งาน และอีกเหตุผลที่จ็อบส์ยกมาอ้าง นั่นคือ แฟลชเป็นเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมต่อการนำมาใช้งานกับอุปกรณ์พกพาที่เป็นหน้าจอแบบสัมผัสได้ จึงทำให้อะโดบีต้องหันไปพึ่งพันธมิตรใหม่ ที่กำลังพุ่งแรงขึ้นมาอย่างกูเกิล ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มแอนดรอยด์
      
       แต่จนแล้วจนรอด แฟลชสำหรับแอนดรอยด์ก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่อะโดบีและกูเกิลคาดหวัง ด้วยเหตุผลอันเนื่องมาจากแฟลชเป็นซอฟต์แวร์ที่กินทรัพยากรแบตเตอรี่มาก ทำให้สตีฟ จ็อบส์ ได้รับการยกย่องอีกครั้งว่าสามารถวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าแฟลชไม่เหมาะกับอุปกรณ์พกพาจริง นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง นั่นคือการเข้ามาของเทคโนโลยี HTML5 ที่เป็นที่ถูกตาต้องใจของนักพัฒนามากกว่า
      
       ทั้งนี้ ผู้ใช้แอนดรอยด์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.1 Jelly Bean จะไม่สามารถดาวน์โหลดแฟลชได้อีกต่อไปแล้ว แต่ผู้ใช้แอนดรอยด์เวอร์ชัน 4.0 Ice Cream Sandwich ยังจะโหลดมาใช้งานได้อยู่ โดยแฟลชเวอร์ชันสุดท้ายนี้ เพิ่งมีการอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแฟลชเวอร์ชัน 11
      
       อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแฟลชบนแอนดรอยด์จะรูดม่านปิดตัวลงแล้ว แต่บนเดสก์ท็อปจะยังมีให้ใช้งานต่อไปเหมือนเดิม
       

ยอดส่งทวิตเตอร์


ยอดส่งทวิตเตอร์ช่วงโอลิมปิกทะลุ 150 ล.ครั้ง
ระหว่างช่วงเวลาจัดงานมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์ 16 วัน พบว่ามีการส่งข้อความบนทวิตเตอร์มากกว่า 150 ล้านครั้ง

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อูเซน โบลต์ ลมกรดจาไมก้า (เสื้อเหลือง) แสดงความดีใจหลังได้แชมป์

สไปซ์ เกิร์ล ปรากฏตัวในงานพิธีปิดลอนดอนเกม 2012

ทวิตเตอร์เปิดสถิติพฤติกรรมชาวออนไลน์ทั่วโลกครั้งล่าสุด พบระหว่างช่วงเวลาจัดงานมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงลอนดอน หรือ London Olympics 2012 ที่เพิ่งจบไปนั้น มีการส่งข้อความบนทวิตเตอร์มากกว่า 150 ล้านครั้ง โดยอูเซน โบลต์ (Usain Bolt) เป็นนักกีฬาที่ถูกกล่าวถึงบนทวิตเตอร์มากที่สุด
      
       ในขณะที่อูเซน โบลต์เป็นนักกีฬาที่ฮอตที่สุดบนทวิตเตอร์ เกิร์ลกรุ๊ปดาวค้างฟ้าเมืองผู้ดีซึ่งขึ้นแสดงในพิธีปิดมหกรรม London Olympics อย่างสไปซ์เกิร์ล (Spice Girls) นั้นสามารถครองช่วงเวลาที่มีการส่งข้อความบนทวิตเตอร์สูงที่สุด โดยระหว่างที่ 5 สาววาดลวดลายสุดเซ็กซี่ พบว่ามีข้อความทวีตถึง 116,000 ต่อนาที ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดในช่วงที่พิธีปิดโอลิมปิกดำเนินอยู่
      
       ทั้งหมดนี้ เครือข่ายสังคมออนไลน์รับส่งข้อความสั้นเปิดเผยสถิติไว้บนบล็อกของบริษัท โดยในทวีต 150 ล้านข้อความที่ถูกส่งไปมาช่วงโอลิมปิกตลอด 16 วันที่ผ่านมา ลมกรดทีมชาติจาเมกาอย่างโบลต์สามารถครองแชมป์ผู้ถูกกล่าวถึงบนทวิตเตอร์มากที่สุดด้วยสถิติ 80,000 ครั้งต่อนาที (tweets per minute : TPM) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่เขาสามารถชนะเลิศเหรียญทองการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรชาย
      
       นอกจากนี้ ระหว่างเกมที่โบลต์แข่งขันรายการวิ่ง 100 เมตร สถิติทวีตเกี่ยวกับโบลต์บันทึกได้ 74,000 TPM นำหน้าแอนดี เมอร์เรย์ (Andy Murray) หนุ่มเทนนิสซึ่งสามารถคว้าเหรียญทองรายการเทนนิสชายเดี่ยวถูกทวีตด้วยสถิติ 57,000 TPM หลังได้รับชัยชนะ
      
       ในมุมการแข่งขันกีฬา ทวิตเตอร์พบว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีการส่งข้อความทวีตระหว่างการแข่งขันกีฬาฟุตบอลมากกว่า 5 ล้านครั้ง รองลงมาเป็นการแข่งขันว่ายน้ำ กรีฑา ยิมนาสติก และวอลเลย์บอล
      
       มหกรรม London Olympics นี้ถูกกล่าวขานว่าเป็น “Social Olympics” หรือโอลิมปิกเครือข่ายสังคมครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งสถิติล่าสุดจากทวิตเตอร์ถือเป็นเครื่องการันตีชั้นยอดว่าเครือข่ายสังคมมีบทบาทต่อมหกรรมกีฬาโลกมากมายเพียงใด โดยในพิธีเปิดโอลิมปิกนั้นมีการส่งข้อความทวีตมากถึง 9.66 ล้านครั้ง และยอดการส่งข้อความในเวลา 24 ชั่วโมง ก็มีจำนวนมากกว่าข้อความทวีตที่เคยมีการส่งตลอดเกมโอลิมปิก 2008 Summer Olympics ในกรุงปักกิ่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
      
       อย่างไรก็ตาม ทวิตเตอร์ไม่ใช่เครือข่ายสังคมรายเดียวที่แฟนกีฬาโอลิมปิกทั่วโลกติดตามข่าวสาร ยังมีบริการ Sina Weibo บริการรับส่งข้อความสั้นสไตล์เดียวกับทวิตเตอร์ แต่ดำเนินการโดยบริษัทจีนนั้นรายงานว่า ในระหว่างพิธีเปิดโอลิมปิกมีข้อความสั้งถูกส่งเข้าระบบของ Weibo ถึง 119 ล้านข้อความ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงกว่าทวิตเตอร์บันทึกไว้

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

MATLAB

ทำไมต้องใช้ MATLAB ด้วย ใช้ภาษาอื่นไม่ได้หรือ
คอมพิวเตอร์ได้สร้างขั้นมาเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาในเชิงตัวเลขโดยมีภาษาทางคอมพิวเตอร์หลายตัวที่ช่วยในการแก้ปัญหา เช่น ภาษา C, Fortran , Pascal เป็นต้น การใช้โปรแกรมภาษา C, Fortran และ Pascal ในการแก้ปัญหาเชิงตัวเลข และกราฟิกที่มีความซับซ้อนค่อนข้างจะยุ่งยากและเสียเวลามาก เพราะต้องใช้คำสั่งเป็นจำนวนมาก และมีรูปแบบคำสั่งที่แน่นอน บริษัท MathWorks Inc, จึงได้พัฒนาโปรแกรมที่มีชื่อว่า MATLAB เพื่อใช้ในการคำนวณเชิงตัวเลข และกราฟิกที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อการใช้งาน มีความรวดเร็ว และการเขียนโปรแกรมไม่ยุ่งยาก เนื่องจากโปรแกรม MATLAB เป็นโปรแกรมที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และเป็นโปรแกรมที่ง่ายต่อความเข้าใจ และเขียนโปรกแกรมไม่ซับซ้อน และเมื่อนำไปใช้งานและสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้โปรแกรม MATLAB ถูกนำมาใช้งานกันอย่างกว้างขวางในสาขาต่าง ๆ



MATLAB คืออะไร 
MATLAB เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูง (High-level Language) สำหรับการคำนวณทางเทคนิคที่ประกอบด้วยการคำนวณเชิงตัวเลข กราฟิกที่ซับซ้อน และการจำลองแบบเพื่อให้มองเห็นภาพพจน์ได้ง่ายและชัดเจนชื่อของ MATLAB ย่อมาจาก matrix laboratory เดิมโปรแกรม MATLAB ได้เขียนขึ้นเพื่อใช้ในการคำนวณทาง matrix หรือเป็น matrix software ที่พัฒนาจากโพรเจ็กที่ชื่อ LINKPACK และ EISPACK

MATLAB ได้พัฒนามาด้วยการแก้ปัญหาที่ส่งมาจากหลายๆ ผู้ใช้เป็นระยะเวลาหลายปีจึงทำให้โปรแกรม MATLAB มีฟังก์ชันต่างๆ ให้เลือกใช้มากมาย ในบางมหาวิทยาลัยได้ใช้โปรแกรม MATLAB เป็นหลักสูตรพื้นฐานในการศึกษาทางด้วนคณิตศาสตร์ วิศวกรรม และวิทยาศาสตร์แขนงต่างตลอดจนใจด้วนอุตสาหกรรมได้ใช้โปรแกรม MATLAB เป็นเครื่องมือสำหรับใช้ในงานวิจัย พัฒนาและวิเคราะห์

โปรแกรม MATLAB จะมีกล่องเครื่องมือที่ใช้ในการหาคำตอบเรียกว่า Toolbox โดยโปรแกรม MATLAB จะมี toolbox ในแต่ละสาขา เช่น การประมวลผลสัญญาณ (Signal processing toolbox) การประมวลผลภาพ (image processing toolbox) ระบบควบคุม (control system toolbox) โครงข่ายประสาท (neural networks toolbox) ฟัซซี่ลอจิก (fuzzy logic toolbox) เวฟเลท (wavelet toolbox) การติดต่อสื่อสาร (communication toolbox) สถิติ (Statistics toolbox) และสาขาอื่นๆ มากมาย ภายใน toolbox แต่ละสาขาก็จะมีฟังก์ชันต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาในสาขานั้นๆ ให้เลือกประยุกต์ใช้งานเป็นจำนวนมาก



โปรแกรม MATLAB ดีอย่างไร
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้งานโปรแกรม MATLAB อาจสงสัยว่าโปรแกรม MATLAB มีข้อดีอย่างไร ทำไมถึงไม่ใช้งานภาษาโปรแกรมอื่นๆ และแตกต่างจากโปรแกรมภาษาอื่นๆ อย่างไร ดังนั้นในหัวข้อนี้จึงได้จำแนกลักษณะเด่นที่ง่ายต่อการใช้งานของโปรแกรม MATLAB ดังนี้ คือ
  • มีฟังก์ชันคณิตศาสตร์ให้เลือกใช้ในการคำนวณมากมายตลอดจนเราสามารถสร้างฟังก์ชันขึ้นมาใช้งานได้เองในสาขาที่ต้องการ โดยฟังก์ชันที่สร้างขึ้น (M-File) จะมีนามสกุลเป็น .M
  • Algorithm พัฒนาได้ง่ายไม่ยุ่งยาก สามารถแก้ไขปัญหาทางด้วนคณิตศาสตร์ที่มีความซับซ้อนได้ง่าย และรวดเร็วกว่าโปรแกรมภาษาอื่นๆ เช่น C Fortran Basic เป็นต้น
  • มีโครงสร้างแบบจำลอง (Simulink) ซึ่งเป็น Package ที่เรานำไปสร้างบล็อกไดอะแกรมเพื่อใช้ทดสอบ และประเมินผลระบบ Dynamic ต่างๆ ก่อนนำไปใช้งานจริง
  • สามารถวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว
  • นำไปใช้งานในทางด้วนกราฟิกได้เป็นอย่างดีทั้งในด้านการแสดงภาพตั้งแต่สองมิติที่เป็น rectangular polar stair bar รวมทั้งภาพสมมิติในรูปแบบพื้นผิว (surface) และระดับสูงต่ำ (contour) ตลอดจนสามารถนำภาพมาต่อกัน และเก็บไว้เพื่อที่จะสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวได้อีกด้วย
  • ประยุกต์ใช้ในการสร้างรูปแบบ Graphical User Interface ได้โดยการเลือกใช้ object และเมนูต่างๆ โดยโปรแกรม MATLAB จะมีเครื่องมือให้เลือกใช้ เช่น เมนู รายการ ปุ่มกด และ fields object ต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกนำไปใช้ในการทำงานปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้
  • ทำการประมวลผลร่วมกับโปรแกรมอื่นได้ เช่น Fortran, Borland C/C++, Microsoft Visual C++ และ Watcom C/C++ ด้วยการเขียนฟังก์ชันที่เป็น mex ไฟล์โดยโปรแกรม MATLABจะเรียกใช้รูทีนจากโปรแกรมภาษา C และ Fortran
  • โปรแกรม MATLAB เป็นระบบ interactive ซึ่งส่วนของข้อมูลพื้นฐานเป็นอาร์เรย์ที่ไม่ต้องการมิติ ทำให้โปรแกรม MATLAB สามารถทำการแก้ปัญหาทางเทคนิคต่างๆ ได้มากใช้เวลาในการประมวลผลน้อย และดีกว่าโปรแกรมภาษา C และ Fortran




  • โครงสร้างของ MATLAB

    โครงสร้างของโปรแกรม MATLAB ประกอบด้วย 5 ส่วนใหญ่ คือ
    1. ภาษาโปรแกรม MATLAB (The MATLAB language)
      MATLAB เป็นโปรแกรมภาษาชั้นสูงที่ใช้ควบคุม flow statement ฟังก์ชัน โครงสร้างข้อมูลอินพุท/เอาท์พุท และลักษณะโปรแกรม Object-Oriented Programming ทำให้การเขียนโปรแกรมไม่ยุ่งยากเมื่อเทียบกับการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาอื่นๆ เช่น C, Fortran, Basic เป็นต้น
    2. สถาปัตยกรรมในการทำงานของ MATLAB (The MATLAB working environment)
      MATLAB จะมีกลุ่มของเครื่องมือที่เป็นประโยชน์สำหรับการทำงานของผู้ใช้โปรแกรม หรือโปรแกรมเมอร์ประโยชน์ที่กล่าวนี้ก็คือการจัดการตัวแปรใน workspace การนำข้อมูลหรือการผ่านค่าตัวแปรเข้า/ออกและกลุ่มของเครื่องมือต่างๆ นี้ก็จะใช้สำหรับพัฒนา จัดการ ตรวจสอบความผิดพลาดของโปรแกรม (debugging) ที่ได้เขียนขึ้น
    3. ฟังก์ชันในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ (The MATLAB mathematical function library)
      MATLAB จะมีไลบรารีทั่วไปที่ใช้ในการคำนวณอย่างกว้าง เช่น sine, cosine และพีชคณิตเชิงซ้อนโดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นฟังก์ชันหรือไลบรารีเพิ่มเติมขึ้นจากไลบรารีที่ใช้กันโดยทั่วไป เช่น ฟังก์ชันในการหา eigenvalues และ eigenvectors การแยกตัวประกอบและส่วนประกอบของเมตริกซ์ด้วยวิธีต่างๆ การวิเคราะห์ข้อมูล การหาความน่าจะเป็น และการแก้ปัญหาระบบของสมการเชิงเส้นที่เป็นพื้นฐานของสาขาวิชาต่างๆ เป็นต้น ทำให้โปรแกรม MATLAB มีฟังก์ชันสำหรับใช้งานค่อนข้างมากและครอบคลุมในรายละเอียดของการคำนวณสาขาต่างๆ ได้มากขึ้น
    4. Handle Graphics
      ระบบกราฟิกของ MATLAB จะประกอบด้วยคำสั่งชั้นสูงสำหรับการพล็อตกราฟโดยมีพื้นฐานอยู่บนแนวความคิดที่ว่าทุกๆ สิ่งบนหน้าต่างรูปภาพของโปรแกรม MATLAB จะเป็นวัตถุ (Object) ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Handle Graphics ประกอบด้วยคำสั่งชั้นสูงให้คุณได้เลือกใช้ในการสร้าง Graphic User Interface บนพื้นฐานการประยุกต์ใช้งานของคุณ นอกจากนี้โปรแกรม MATLAB ยังมีฟังก์ชันที่ใช้สำหรับการแสดงภาพสองมิติ ภาพสามมิติ และการสร้างภาพเคลื่อนไหว
    5. The MATLAB Application Program Interface (API)
      API จะใช้เพื่อสนับสนุนการติดต่อจากภายนอกโดยใช้โปรแกรมที่เป็น mex ไฟล์ซึ่งเป็นไฟล์ซึ่งเป็นไฟล์ที่เขียนขึ้นโดยใช้ mex ฟังก์ชันใน MATLAB ซึ่งจะเรียกใช้รูทีนจากโปรแกรมภาษา C และ Fortran หรืออาจกล่าวได้ว่า API เป็นไลบรารีที่เขียนด้วยโปรแกรมภาษา C และ Fortran ที่มีการเชื่อมต่อกับโปรแกรม MATLAB ด้วยไฟล์ที่เป็น mex ฟังก์ชันอีกทั้ง MATLAB API นี้ยังมีความสามารถสำหรับการเรียก routine จาก MATLAB (dynamic linking) ก็ได้



    นอกจากลักษณะเด่นของโปรแกรม MATLAB ทั้ง 5 ข้อที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วโปรแกรม MATLAB ยังมีเครื่องมือที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์และทดสอบระบบโดยการจำลองขึ้นมาซึ่งก็คือ Simulink

    Simulink เป็นโปรแกรมที่ควบคู่กับ MATLAB ซึ่งเป็นระบบ Interactive สำหรับการจำลองและวิเคราะห์ระบบไดนามิกต่างๆ ที่เป็นระบบเชิงเส้น (Linear) ระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear) Simulink เป็นโปรแกรม mouse-driver ที่ให้คุณใช้ระบบโมเดลโดยการวาดบล็อกไดละแกรมบนจอภาพด้วยการใช้เมาส์ทำให้โปรแกรม MATLAB สามารถทำการจำลองระบบได้หลายรูปแบบ น เชิงเส้น (linear) ไม่เชิงเส้น (nonlinear) เวลาต่อเนื่อง (continuous-times) เวลาไม่ต่อเนื่อง (discrete-time) และระบบเหลายอัตรา (multirate) ซึ่งแต่ละรูปแบบที่นำมาสร้างแบบจำลองในการวิเคราะห์นี้ผู้ใช้จะต้องมีความเข้าใจพื้นฐานการทำงานของบล็อกแต่ละบล็อกได้เป็นอย่างดี ตลอดจนเข้าใจระบบโดยรวมของงานที่จะกระทำด้วย

    Blocksets เป็นสิ่งที่เพิ่มเติมใน Simulink โดยจะเป็นไลบรารีของบล็อกสำหรับการประยุกต์เฉพาะ เช่น การติดต่อสื่อสาร (Communications) การประมวลผลข้อมูล (Signal processing) และระบบไฟฟ้ากำลัง (power systems)
    Real-time Workshop เป็นโปรแกรมที่ให้คุณสร้าง c code จากบ็อกไดอะแกรมของคุณและสามารถกระทำกับบล็อกไดอะแกรมได้หลากหลายด้วยระบบเวลาจริง (real-time systems)

    โปรแกรม MATLAB มีอยู่หลาย version ซึ่ง version ดั้งเดิมของโปรแกรม MATLAB จะใช้งานบน DOS ที่มีการคำนวณไม่ยุ่งยากเหมาะสำหรับผู้เริ่มศึกษา คอมพิวเตอร์ที่ใช้ก็ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่หน่วยความจำมาก ใช้ได้กับ CPU ที่มีความเร็วต่ำ แต่มีข้อเสียคือฟังก์ชันที่นำมาใช้งานมีน้อยทำให้เขียนโปรแกรมที่มีความซับซ้อนได้ไม่ดีเท่าที่ควรเพราะมีประสิทธิภาพและความเร็วในการประมวลผลต่ำ ต่อมาเมื่อระบบเลือกใช้ได้มากมายจึงทำให้โปรแกรม MATLAB มีประสิทธิภาพและมีความสามารถในการประมวลผลที่เร็วขึ้น version ใหม่ที่ได้ทำการปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้นนี้จะใช้งานบน Windows ทำให้ผู้ใช้มีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น ข้อดีของ version ใหม่นี้คือมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น การประมวลผลโปรแกรมที่ซับซ้อนมีความเร็วสูงขึ้น และมีฟังก์ชันต่างๆ ให้เลือกใช้ในการสาขาต่างๆ มากมาย แต่ก็ต้องใช้กับคอมพิวเตอร์ที่มีพื้นที่หน่วยความจำมาก CPU มีความเร็วสูง และต้องการ Co-processor ในการช่วยคำนวณแต่เมื่อเปรียบเทียบกับผลดีที่ได้ก็ถือว่าคุ้ม



    คอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับโปรแกรม MATLAB
    เนื่องจากโปรแกรม MATLAB เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับการคำนวณทางคณิตศาสตร์และกราฟิกที่ซับซ้อนดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วสูง คอมพิวเตอร์พีซีที่เหมาะสมกับโปรแกรม MATLAB คือ มีซีพียูรุ่นเพนเทืยมขึ้นไป แรมควรมีอย่างต่ำ 32 เมกกะไบต์ ส่วนฮาร์ดดิสก์ควรมีเนื้อที่ว่างเกินกว่า 80 เมกกะไบต์ขึ้นไป




    คำสั่งโปรแกรม MATLAB รูปแบบการแสดงค่า ตัวอย่างค่า Pi
    format short การแสดงตัวเลข 5 ตำแหน่ง 3.1416
    format short e การแสดงตัวเลข 5 ตำแหน่งพร้อมเลข Exp 3.1416e+00
    format short g การแสดงตัวเลขที่ดีที่สุดระหว่างในรูปแบบสั้นๆ หรือในรูปแบบเลข Exp แล้วแต่ความเหมาะสม 3.1416
    format long การแสดงตัวเลข 16 ตำแหน่ง 3.14159265358979
    format long e การแสดงตัวเลข 16 ตำแหน่งพร้อมเลข Exp 3.14159265358979e+00
    format long g การแสดงตัวเลขแบบยาว 3.14159265358979
    format hex การแสดงตัวเลขแบบฐาน 16 คือ 1..9 และ A..F 400921fb54442d18
    format bank การแสดงตัวเลขแบบธนาคาร คือทศนิยม 2 ตำแหน่ง 3.14
    format + การแสดงค่าตัวเลขว่าเป็น บวก ลบ หรือ ศูนย์ +
    format rat การแสดงอัตราส่วนโดยประมาณ 355/113



    ตัวดำเนินการเครื่องหมายพิเศษและตัวดำเนินการเปรียบเทียบและตรรกะ

    ลักษณะการดำเนินการตัวดำเนินการรูปแบบทางคณิตศาสตร์รูปแบบทาง MATLAB
    การบวก
    การลบ
    การคูณ
    การคูณเชิงสมาชิก
    การหารทางขวา
    การหารทางซ้าย
    การหารเชิงสมาชิก
    การยกกำลัง
    การยกกำลังเชิงสมาชิก
    +
    -
    *
    .*
    /
    \
    ./
    Ab
    A.b
    a+b
    a-b
    axb
    -
    a/b
    b/a
    -
    ab
    -
    a+b
    a-b
    a*b
    a.*b
    a/b
    a\b
    a./b
    a^b
    a.^b

    ในทาง MATLAB คือการนำเอา Matrix a และ Matrix bมา Operate กัน เช่น + ,-,*,/,หรือยกกำลังกัน เพราะฉะนั้นเงื่อนไขการ Operate ต่างๆ จึงเป็นวิธีการทาง Matrix ส่วนเครื่องหมายที่มีจุด (.) แสดงว่าจะกระทำเฉพาะแถวกับหลักเดียวกัน เช่น
    a = 1 2 3
        4 5 6
    b = 2 2 2
        2 2 2
    a.^b = 1  4  9
          16 25 36
    



    ตัวดำเนินการเปรียบเทียบและตรรกะ
    ลักษณะดำเนินการ ตัวดำเนินการเปรียบเทียบและตรรกะ ตัวอย่าง
    ลักษณะดำเนินการตัวดำเนินการเปรียบเทียบและตรรกะตัวอย่าง
    น้อยกว่า
    น้อยกว่าหรือเท่ากับ
    มากกว่า
    มากกว่าหรือเท่ากับ
    เท่ากับ
    ไม่เท่ากับ
    และ
    หรือ
    ไม่
    <
    <=
    >
    >=
    ==
    ~=
    &
    |
    ~
    x<10
    x<=10
    x>10
    x>=10
    x==1
    x~=5
    x>2 & y<1
    x>2 | y<1
    ~x



    ฟังก์ชั่นที่ใช้ในการหาค่าทางตรีโกณมิติ

    คำสั่งรายละเอียด
    sin(x)
    sinh(x)
    asin(x)
    asinh(x)
    ใช้คำนวณหาค่า Sine ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Hyperbolic sine.ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse sine. ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse hyperbolic sine. ของ x
    cos(x)
    cosh(x)
    acos(x)
    acosh(x)
    ใช้คำนวณหาค่า cos ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Hyperbolic cos.ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse cos ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse hyperbolic cos. ของ x
    tan(x)
    tanh(x)
    atan(x)
    atan2(x)
    atanh(x)
    ใช้คำนวณหาค่า Tangent ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Hyperbolic Tangent.ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse Tangent. ของ x
    ใช้คำนวณหาค่าFour quadrant inverse tangent ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse hyperbolic Tangent ของ x
    sec(x)
    sech(x)
    asec(x)
    asech (x)
    ใช้คำนวณหาค่า Secant. ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Hyperbolic Secant.ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse Secant. ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse hyperbolic Secant. ของ x
    csc(x)
    csch(x)
    acsc(x)
    acsch(x) 
    ใช้คำนวณหาค่า Cosecant ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Hyperbolic Cosecant.ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse Cosecant. ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse hyperbolic Cosecant ของ x
    cot(x)
    coth(x)
    acot (x)
    acoth(x)
    ใช้คำนวณหาค่า Cotangent ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Hyperbolic Cotangent.ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse Cotangent. ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Inverse hyperbolic Cotangent ของ x



    ฟังก์ชั่นที่ใช้ในการหาค่า Exponential.
    คำสั่งรายละเอียด
    exp(x)
    log(x)
    log10(x)
    log2(x)
    pow2(x)
    nextpow2(x)
    ใช้คำนวณหาค่า Exponential. ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Natural logarithm.ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Common (base 10) logarithm. ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า Base 2 logarithm and dissect floating point number. ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า เลขยกกำลังที่มี 2 เป็นฐาน ของ x
    ใช้คำนวณหาค่า ตัวเลขยกกำลังที่มี 2 เป็นฐานที่มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า ของ x
    abs(x)
    ceil(x)
    floor(x)
    round(x)
    sqrt (x)
    rem(x,y)
    sign(x)
    ใช้คำนวณหาค่า Absolute ของ x
    ใช้คำนวณหาค่าจำนวนเต็มใดๆที่ใกล้เคียงกับค่าของ x โดยให้ค่านั้นเข้าใกล้ ? มากที่สุด
    ใช้คำนวณหาค่าจำนวนเต็มใดๆที่ใกล้เคียงกับค่าของ x โดยให้ค่านั้นเข้าใกล้-? มากที่สุด
    ใช้คำนวณหาค่าจำนวนเต็มใดๆที่ใกล้เคียงกับค่าของ x โดยถ้าป็นทศนิยมเกิน 0.5 ปัดขึ้น
    ใช้คำนวณหาค่า Square root. ของ x
    ใช้คำนวณหาค่าเศษที่เหลือจากการหารกันระหว่าง x และ y
    ใช้สำหรับกำหนดค่าของ x ใดๆ ให้มีค่าเป็น -1,0,1
    ถ้าเป็น -1 แสดงว่าค่าของ x > 0
    ถ้าเป็น 0 แสดงว่าค่าของ x = 0
    ถ้าเป็น 1 แสดงว่าค่าของ x < 0

    วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

    วินโดว์ 8

    หลังจากที่ Microsoft เปิดให้ทดลอง Windows 8 Consumer Preview สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป และ Windows 8 Developer Preview ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุดได้มีรายงานจากเว็บบล็อคของไมโครซอฟท์ ว่า สตีเวน ไซนอฟสกี ได้เตรียมเปิดตัวระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดของ วินโดวส์ 8 จะเริ่มปล่อยให้ผู้ใช้อัพเกรดวันที่ 26 ตุลาคม 2012 โดยเจ้าตัว Microsoft Windows 8 จะแยกออกเป็นสองส่วนด้วยกันคือ
    - การอัพเกรดจากการใช้ระบบปฏิบัติการเดิมของไมโครซอฟท์ เดิมของ Microsoft ได้แก่ Windows 7, Windows Vista และ Windows XP สำหรับค่าอัพเกรดนั้นจะอยู่ที่ ราคา $39.99 หรือประมาณ 1,300 บาทไทย
    - การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 8 ลงบนคอมพิวเตอร์ เครื่องใหม่ สำหรับราคาของตัวนี้จะมาพร้อมแผ่น DVD Windows 8 ในราคา $69.99 หรือประมาณ 2,200 บาทไทย
    นับว่าทาง Microsoft ลดราคาเจ้าตัว Windows 8 ลงมาอย่างมากเมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น XP,Vista,7 ราคาค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ใช้หลายคนหันไปมองของละเมิดลิขสิทธ์ ข่าวไอที

    วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

    GPS


    ประโยชน์ของ GPS การประยุกต์ใช้งานกับการดำรงชีวิต


    การนำ GPS มาประยุกต์ใช้ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิต
    GPS เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจและใกล้ตัวเราอย่างมาก และด้วยความสามารถของ GPS ทำให้ สามารถนำข้อมูลตำแหน่ง มาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
    - ระบบนำร่อง (Navigation System)
    - ระบบติดตามยานพาหนะ (Automatic Vehicle Location)
    - การสำรวจพื้นที่ (Survey)
    - การทำแผนที่ (Mapping) เป็นต้น

    การประยุกต์ใช้งานกับการดำรงชีวิต
    มีการนำ GPS มาใช้ประโยชน์ในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ ที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายๆ ยี่ห้อ ได้ติดตั้งอุปกรณ์ GPS ไว้บนตัวรถ ทำงานร่วมกับแผนที่ประเทศไทย และแผนที่เมืองต่างๆ บนโลก เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์บนแผนที่นั้น ก่อให้เกิดประโยชน์ในการเดินทาง การค้นหา สถานที่ และไปยังจุดหมายที่ต้องการได้แม่นยำและรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถพัฒนาไป ถึงการแก้ไขปัญหาจราจร ที่ส่วนหนึ่งเกิดจาดผู้ขับขี่ที่ไม่ชำนาญเส้นทาง จนทำให้ขับขี่ได้ช้าลง หรือหลงทางได้

    ประยุกต์ใช้ในการเดินทางโดยจักรยาน
    ซึ่งสามารถบันทึกเส้นทางที่เราต้องการเดินทางไป หรือนำไปยังเส้นทางที่คนอื่นได้บันทึกไว้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถบอกถึงทิศทางที่จะต้องไป ระยะทางที่เหลือ และระยะทางที่จะถึงปลาย ทางด้วย (ขึ้นกับคุณสมบัติของอุปกรณ์ GPS)

    ประยุกต์ใช้ในการเดินป่าโดยใช้งานคุณสมบัติของอุปกรณ์แต่ละรุ่น/ยี่ห้อ เช่น การเก็บระยะทาง โดยรวม, นาฬิกา, เข็มทิศ, เวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ตก เป็นต้น หรือแม้แต่การติดตามตัวก็สามารถนำ ไปประยุกต์ใช้งานได้

    จะเห็นแล้วว่า ประโยชน์ของ GPS มีมากมายหลากหลาย ขึ้นกับว่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในทางที่ก่อ ให้เกิดประโยชน์กับตัวเรา หรือในเชิงธุรกิจ อีกทั้งอุปกรณ์ GPS ยังสามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดาย หลากหลายรุ่น หลากหลายราคา และหลากหลายฟังก์ชั่นการใช้งาน ตามความต้องการที่จะนำไป ประยุกต์ใช้ได้อีกด้วย

    ปัจจุบันนี้ได้มีการใช้งาน GPS ในรูปแบบต่างๆดังนี้
    - การกำหนดพิกัดของสถานที่ต่าง ๆ การทำแผนที่ งานสำรวจ โดยส่านใหญ่นิยมใช้อุปกรณืที่ สามารถพกพาไปได้ง่าย มีความทนทาน กันน้ำได้ สามารถใช้กับถ่านไฟฉายขนาดมารตฐานได้
    - การนำทาง ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมีหลากหลายแบบและขนาด สามารถนำทางได้ทั้ง ภาพและเสียง ใช้ได้หลายภาษาบางแบบมีภาพเสมือนจริง ภาพสามมิติ และประสิทธิภาพอื่นๆเพิ่ม เติมเช่น multimedia Bluetooth handfree เป็นต้น
    - การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน โครงข่ายหมุดดาวเทียม GPS ของกรมที่ดิน (DOLVRS)
    - การกำหนดจุดเพื่อบรรเทาสาธารณะภัย เช่น เสื้อกั๊กชูชีพที่มีเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอส
    - การวางผังสำหรับการจัดส่งสินค้า
    - การนำไปใช้ประโยชน์ในขบวนการยุติธรรม เช่นการติดตามบุคคล การติดตามการค้ายาเสพติด
    - การนำไปใช้ประโยชน์ทางทหาร ดูรายละเอียดเกี่ยวกับอนาคตGPS ทางทหารจากกระทรวง กลาโหมสหรัฐที่นี่ The Future of the Global Positioning System
    - การกีฬา เช่นใช้ในการฝึกฝนเพื่อวัดความเร็ว ระยะทาง แคลลอรี่ที่เผาผลาญ หรือ ใช้ใน สนามกอล์ฟเอคำนวนระยะจากจุดที่อยู่ถึงหลุม
    - การสันทนาการ เช่น กำนดจุดตกปลา หาระยะเวลาที่เหมาะสมในการตกปลา การวัดความเร็ว ระยะทาง บันทึกเส้นทาง เครื่องบิน/รถบังคับวิทยุ
    - ระบบการควบคุมหรือติดตามยานพาหนะ การติดตามบุคคล เพื่อให้ทราบว่ายานพาหนะอยู่ที่ใด มีการเคลื่อนที่หรือไม่ มีการแจ้งเตือนให้กับผู้ติดตามเมื่อมีการเคลื่อนที่เร็วกว่าที่กำหนดหรือ เคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่หรือเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด นอกจากนั้นยังสามารถนำไปใช้ในการป้องกัน การโจรกรรมและติดตามทรัพย์สินคืน
    - การนำข้อมูล GPS มาประกอบกับภาพถ่ายเพื่อการท่องเที่ยว การทำรายงานกิจกรรม เป็นต้น โดยจะต้องมีเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมติดตั้งอยู่กับกล้องบางรุ่น หรือการใช้ GPS Data Logger ร่วมกับ Software
    อ้างอิงจาก 

    วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

    แว่นตาอัจฉริยะ


    โอลิมปัสโชว์ต้นแบบ “แว่นอัจฉริยะ”
           หลังจากกูเกิลเปิดตัว “Project Glass” แว่นอัจฉริยะ เทคโนโลยีเสมือนจริงเมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ายักษ์ใหญ่โลกเทคโนโลยีหลายค่ายจะขานรับว่ากำลังง่วนกับการพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะหรือระบบประมวลผลที่สามารถสวมใส่ได้ (wearable computing) อยู่เช่นกัน ล่าสุดโอลิมปัส (Olympus) เปิดตัวต้นแบบแว่นตานามว่า “MEG 4.0” ซึ่งการันตีว่าชาวไอทีจะสามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน
          
           แว่นตาไฮเทคของโอลิมปัสนี้มีชื่อว่า MEG4.0 ถูกนิยามว่าเป็นต้นแบบจอภาพขนาดจิ๋วพิเศษที่สามารถสวมใส่ได้ หรือ ultra-compact wearable display prototype การเปิดตัวครั้งนี้เป็นความคืบหน้าล่าสุดของโอลิมปัส หลังจากสำนักข่าว Engadget เคยรายงานในปี 2005 ว่าโอลิมปัสเป็นบริษัทล่าสุดที่ลงทุนพัฒนาสินค้าประเภทหน้าจอสวมใส่ได้
          
           ต้นแบบแว่นตาอัจฉริยะของโอลิมปัสสามารถแสดงภาพความละเอียด QVGA ขนาด 320x240 พิกเซล ตัวแว่นสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาทั้งแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือได้ผ่านระบบไร้สาย Bluetooth ระบบแสดงผลสามารถโชว์ภาพโปร่งใสเพื่อให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นโลกภายนอกได้ขณะที่ยังสวมใส่อยู่
          
           โอลิมปัสยืนยันว่าภาพจากแว่นตาอัจฉริยะนี้จะมีความสว่างสดใสชัดเจน และใช้พลังงานน้อย ที่สำคัญคือสามารถให้ภาพคมชัดเมื่อใช้งานนอกอาคาร ทั้งหมดนี้ตัวแว่นมีน้ำหนักเพียง 30 กรัมเท่านั้น
          
           ข้อมูลระบุว่า ต้นแบบแว่นสามารถฉายภาพในโหมด projection mode ต่อเนื่องนาน 2 ชั่วโมง ขณะที่การใช้งานระบบเสมือน หรือ visual fun จะทำงานได้ 8 ชั่วโมง
          
           อีกจุดที่น่าสนใจคือ ตัวแว่นจะฝังระบบเซ็นเซอร์ accelerometer เพื่อให้ระบบรู้องศาการเอียงศีรษะเมื่อสวมใส่ จุดนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมหรือใช้งานแอปพลิเคชันตามการเคลื่อนไหวได้
          
           ข้อแตกต่างสำคัญของ MEG4.0 เมื่อเทียบกับ Project Glass ของกูเกิล คือแว่นตาของโอลิมปัสนั้นไม่มีกล้องดิจิตอลอยู่ภายใน ซึ่งอาจทำให้จุดยืนสินค้าแว่นของโอลิมปัสต่างจากแว่นของกูเกิล โดยแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยคุณสมบัติที่แน่ชัด แต่กูเกิลระบุว่าตัวแว่นจะมาพร้อมกล้องดิจิตอล, หน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง, หน่วยความจำที่เหมาะสม และมี touch pad หรือพื้นที่สำหรับให้ผู้ใช้แตะนิ้วเพื่อควบคุมการทำงานเครื่อง ที่สำคัญ Project Glass ยังจะมีไมโครโฟน, ลำโพง, รองรับคลื่นความถี่หลากหลาย, ติดตั้งระบบเซ็นเซอร์หลายตัวเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหว และมีระบบเข็มทิศ
          
           สรุปคือ กูเกิลวาง Project Glass ในฐานะแว่นตาอัจฉริยะที่เป็นเหมือนคอมพิวเตอร์เครื่องจิ๋วซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูล, อ่านข้อความ text ในอุปกรณ์พกพา, ชมวิดีโอออนไลน์, โพสต์ภาพและวิดีโอเข้าสู่เครือข่ายสังคม และทำงานอีกหลายอย่างโดยผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาแตะหน้าจอ หรือล้วงหยิบอุปกรณ์ของตัวเองจากในกระเป๋า โดยล่าสุดกูเกิลประกาศให้นักพัฒนาผู้ร่วมงานประชุมนักพัฒนาประจำปี Google I/O (จัดขึ้นเมื่อปลายเดือน มิ.ย.) สามารถจ่ายเงินจองแว่น 1,500 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 46,500 บาทเพื่อรับแว่นในปี 2013
          
           แม้จะยังไม่ได้จัดส่งในวันนี้ แต่การเปิดให้สั่งจองแว่น Project Glass ครั้งนี้ทำให้ถูกมองว่าเป็นพัฒนาการสำคัญที่แสดงว่าแว่นอัจฉริยะนี้กำลังจะพร้อมออกสู่ตลาดแมสในเร็ววัน โดยจุดประสงค์ของการเปิดขายต้นแบบแว่นอัจฉริยะของกูเกิลนี้คือการเปิดกว้างให้นักพัฒนาช่วยกันเสนอข้อควรปรับปรุงแว่นตาพันธุ์ใหม่ ขณะเดียวกันก็ร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อให้แว่นตานี้สามารถทำประโยชน์ได้มากขึ้น
          
           ทั้งหมดนี้ เซอร์เกย์บริน (Sergey Brin) ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิลระบุว่าแว่นตานี้คือเทคโนโลยีใหม่ที่กูเกิลต้องการให้นักพัฒนาทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางเพื่อให้แว่นตานี้สามารถเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคจะได้ใช้งานโดยเร็วที่สุด ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าหากโครงการนี้สามารถพัฒนาได้ต่อเนื่อง แว่นอัจฉริยะรุ่นราคาไม่แพงจากกูเกิลจะสามารถเริ่มทำตลาดได้ในปี 2014
          
           กูเกิลเชื่อมั่นว่าแว่นตานี้จะทำให้วิถีการใช้งานเทคโนโลยีของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเฉพาะวิถีการแบ่งปันหรือการแชร์ภาพและวิดีโอของผู้ที่มีกิจกรรมแหวกแนว จากการสาธิต ผู้สวมแว่นของกูเกิลจะสามารถเห็นแผนที่หรือข้อความจากเพื่อนจากแว่นตา หากต้องการแชตกับเพื่อนก็สามารถทำได้จากแว่นตานี้โดยไม่ต้องถือจับอุปกรณ์พกพา เช่นเดียวกับการถ่ายภาพ ผู้ใช้จะไม่ต้องหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเล็งอีกต่อไป รวมถึงการซื้อสินค้าบนโลกออนไลน์ที่จะไม่ต้องมีการแตะหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต
          
           นอกจากกูเกิล แอปเปิล (Apple) ก็มีท่าทีกำลังพัฒนาแว่นตาคอมพิวเตอร์เช่นกัน โดยบริษัทได้ยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีหน้าจอระบบฝังตัวในแว่นตา และล่าสุดแอปเปิลเพิ่งได้รับสิทธิบัตรอุปกรณ์เสริมในรูปหน้าจอสวมศีรษะที่สามารถฉายภาพโดยตรงสู่ดวงตาผู้ใช้ได้เช่นกัน
          
           ไม่เพียงแว่นตา บริษัทไอทียังมองเห็นความเป็นไปได้ในการพัฒนาคอนแทกต์เลนส์จิ๋วที่เป็นคอมพิวเตอร์ในตัวได้ จุดนี้มีรายงานว่า บาบัก พาร์วิซ (Babak Parviz) หนึ่งในทีมพัฒนาแว่นตาของกูเกิลซึ่งมีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีชีวภาพนั้นเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคอนเทกต์เลนส์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ซึ่งทั้งหมดยังไม่มีรายงานเพิ่มเติมในขณะนี้
          
           ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของบริษัทฟอร์เรสเตอร์รีเสิร์ช (Forrester Research) ซึ่งวิเคราะห์ว่าอุปกรณ์ประมวลผลที่สามารถสวมใส่ได้จะนำไปสู่ “สงครามแพลตฟอร์มใหม่” ในอนาคต ซึ่งจะยกระดับจากศึกชิงแชมป์แอปพลิเคชันพกพาในปัจจุบันที่มีผู้เล่นหลักเพียงแอปเปิล กูเกิล ไมโครซอฟท์ อเมซอน และเฟซบุ๊ก

    ออฟฟิศ2013



           เปิดตัวแล้วสำหรับซอฟต์แวร์สร้างงานเอกสาร “ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ 2013 (Microsoft Office 2013)” เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ชู 3 จุดเด่นคือ การปรับให้ระบบสามารถทำงานออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ-รองรับไฟล์ต่างค่ายได้เสรีมากขึ้น-รองรับหน้าจอสัมผัส เตรียมพร้อมผนึกในระบบปฏิบัติการ Windows 8 สำหรับแท็บเล็ตและพีซีเพื่อจำหน่ายภายในช่วงปีหน้า
          
           ไมโครซอฟท์ออฟฟิศนั้นเป็นโปรแกรมสร้างงานเอกสารที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก โดยถูกติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานธุรกิจมากกว่า 90% ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ออฟฟิศเป็นหนึ่งในสินค้าหลักที่ทำเงินให้ไมโครซอฟท์มากกว่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
          
           ล่าสุดไมโครซอฟท์เปิดรายละเอียดโปรแกรมออฟฟิศเวอร์ชันใหม่ในชื่อออฟฟิศ 2013 ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา โดยสตีฟ บอลล์เมอร์ (Steve Ballmer) ซีอีโอไมโครซอฟท์ประกาศว่าออฟฟิศ 2013 นั้นเป็นซอฟต์แวร์เจเนอเรชันใหม่ที่ผสานความสวยงามและการใช้งานลักษณะเดียวกับที่ไมโครซอฟท์สร้างสรรค์ให้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 (สำหรับคอมพิวเตอร์พีซี) และระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน (สำหรับสมาร์ทโฟน)
          
           งานนี้ซีอีโอไมโครซอฟท์ระบุว่า ออฟฟิศ 2013 เป็นเวอร์ชันที่พัฒนายากที่สุดที่ไมโครซอฟท์เคยพัฒนามา โดยออกแบบให้ตรงความต้องการของกลุ่มนักเรียน ครอบครัว และผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องการใช้งานเชิงธุรกิจ
          
           โปรแกรมย่อยในออฟฟิศ 2013 ทั้งโปรแกรมประมวลผลคำ Word, โปรแกรมรับส่งเมล Outlook, โปรแกรมงานคำนวณ Excel, โปรแกรมช่วยบันทึก OneNote และโปรแกรมงานนำเสนอ PowerPoint ล้วนถูกพัฒนาให้สามารถทำงานบนอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสได้ดีขึ้น ผลจากอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสถูกใช้งานแพร่หลายทั้งโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต ซึ่งการสำรวจล่าสุดพบว่า ชาวออนไลน์มากกว่าครึ่งนั้นมีอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสมากกว่า 3 อุปกรณ์
          
           ไมโครซอฟท์ระบุว่า การสำรวจพบว่าชาวออนไลน์มากกว่า 60% ระบุว่าใช้งานอุปกรณ์เดียวกันในการทำงานและจัดการชีวิตส่วนตัว ดังนั้นไมโครซอฟท์จึงต้องปรับปรุงให้ออฟฟิศ 2013 สามารถรองรับการทำงานกับหน้าจอสัมผัสได้ดีขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ทั้งบนพีซีและแท็บเล็ต
          
           ครั้งนี้ไมโครซอฟท์ปรับให้ออฟฟิศ 2013 รองรับไฟล์ต่างค่ายให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่นในโปรแกรม Word ผู้ใช้จะสามารถแก้ไขไฟล์นามสกุล PDF และบันทึกกลับเป็นฟอร์แมตของค่ายอะโดบี (Adobe) ได้เช่นเดิม ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงให้ผู้ใช้สามารถแนบคลิปวิดีโอของยูทิวบ์ (YouTube) ได้ง่ายขึ้น
          
           ที่น่าสนใจคือ ไมโครซอฟท์ปรับให้ผู้ใช้สามารถอ่านเอกสารได้บนทุกอุปกรณ์ตั้งแต่สมาร์ทโฟนถึงพีซี โดยโปรแกรมจะช่วยจัดหน้าเอกสารให้เข้ากับขนาดหน้าจออุปกรณ์ที่แตกต่างกันโดยอัตโนมัติ และหากผู้ใช้เปิดอ่านหรือแก้ไขเอกสารค้างอยู่ตำแหน่งใด ผู้ใช้จะสามารถอ่านเอกสารในตำแหน่งนั้นเมื่อมีการเปิดขึ้นใหม่บนอุปกรณ์ใดๆ ก็ตาม
          
           
          
           เคล็ดลับที่ทำให้ออฟฟิศ 2013 สามารถจำข้อมูลตำแหน่งล่าสุดของหน้าเอกสารที่ถูกเปิดได้ คือข้อมูลตำแหน่งจะถูกซิงก์หรือเชื่อมไปยังคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและแท็บเล็ตผ่านบัญชีผู้ใช้ที่ผูกกับบริการออนไลน์ SkyDrive โดยอัตโนมัติ ซึ่งโปรแกรมย่อยในออฟฟิศ 2013 จะล้วนสามารถผูกกับ SkyDrive เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเอกสารได้ทุกที่ทุกเวลา
          
           ในส่วนโปรแกรม Outlook ข้อมูลปฏิทินงานและรายละเอียดข้อมูลผู้ติดต่อถูกนำมาแสดงไว้ที่หน้าหลักสำหรับแสดงอีเมล ทั้งหมดนี้ไมโครซอฟท์ให้ชื่อคุณสมบัติว่า “Peeks” เพื่อเป็นตัวช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียกดูการนัดหมายบนปฏิทินและรายชื่อผู้ติดต่อที่เกี่ยวข้องได้จากเพจเดียว
          
           โปรแกรมนำเสนองาน PowerPoint ถูกปรับให้การแทรกไฟล์จากบริการอื่นทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ปรับให้ผู้ใช้สามารถฉายเอกสารไปจนฉากโดยที่ผู้พูดสามารถดูโน้ตที่บันทึกไว้ในแต่ละสไลด์บนแท็บเล็ตหรือพีซีได้พร้อมกัน
          
           โปรแกรมบันทึก OneNote จะสามารถจดจำลายมือผู้เขียนได้ทั้งจากการสัมผัสด้วยนิ้วหรือการใช้ปากกาสไตลัส ซึ่งจะทำให้การจดบันทึกบนอุปกรณ์พกพาทำได้ง่ายโดยไม่ต้องพึ่งพาคีย์บอร์ดหรือเมาส์คอมพิวเตอร์ตามปกติ
          
           งานนี้ไมโครซอฟท์ไม่ได้มองข้ามการปรับปรุงด้านเครือข่ายสังคม ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นในองค์กรธุรกิจยุคดิจิตอล สิ่งที่ไมโครซอฟท์ทำคือการเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถติดตามงานหรือเอกสารที่เพื่อนร่วมงานทำอยู่ ในลักษณะเดียวกับการติดตามเรื่องราวของเพื่อนฝูงบนเฟซบุ๊ก จุดนี้เป็นผลจากการซื้อกิจการเครือข่ายสังคมนาม Yammer ด้วยเงิน 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และการซื้อกิจการบริการ โทร.ผ่านอินเทอร์เน็ตอย่าง Skype ซึ่งจะทำให้ระบบโทรศัพท์และระบบแชตถูกฝังไว้โดยตรงกับซอฟต์แวร์ออฟฟิศ
          
           ทั้งหมดนี้ นักวิเคราะห์จากฟอร์เรสเตอร์รีเสิร์ช ซาราห์ รอตแมน อิปป์ส (Sarah Rotman Epps) มั่นใจว่าออฟฟิศ 2013 จะเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถทำยอดจำหน่ายถล่มทลายเพราะคุณสมบัติใหม่ที่ล้วนออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชาวดิจิตอล แต่ออฟฟิศ 2013 ก็ยังมีความเสี่ยงเพราะคู่แข่งของไมโครซอฟท์รุกคืบไปพัฒนาคุณสมบัติด้านอุปกรณ์พกพาก่อนแล้ว และให้บริการฟรีหรือคิดค่าบริการต่ำมากมาก่อน
          
           การเปลี่ยนแปลงของออฟฟิศ 2013 ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ชุดซอฟต์แวร์เอกสารออนไลน์อย่าง Google Apps ซึ่งให้บริการบนเว็บไซต์กูเกิลโดยมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า 50 เหรียญสหรัฐต่อผู้ใช้ต่อปี จุดนี้ไมโครซอฟท์ส่งผลิตภัณฑ์อย่าง Office 365 ลงมาแข่งขันอย่างเต็มตัวในราคาเท่ากัน โดยในอนาคต ไมโครซอฟท์ระบุว่าจะวางจำหน่ายโปรแกรม Office 2013 ในฐานะซอฟต์แวร์ที่ทำงานเชิงเดี่ยว (standalone) และจะจำหน่ายในรูปแบบสมาชิกควบคู่กันไป ซึ่งล่าสุดไมโครซอฟท์ยังไม่เปิดเผยกำหนดการเปิดตัว Office 365 สำหรับผู้ใช้ iPad แต่คาดว่าจะมีการพัฒนาให้รองรับแพลตฟอร์มอื่นด้วยต่อไป
          
           ทั้งหมดนี้ถือเป็นความคืบหน้าล่าสุดของโปรแกรมออฟฟิศ 2013 โดยช่วง 9 เดือนตั้งแต่กรกฎาคม 2554 ถึงมีนาคม 2555 แผนกซอฟต์แวร์ออฟฟิศสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้ถึง 1.16 หมื่นล้านเหรียญ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของกำไรไมโครซอฟท์
          
           
          
           Company Related Link :
           Microsoft Office

    8


    ไมโครซอฟท์พร้อมปล่อย ‘Windows 8’ 26 ต.ค.นี้
           แฟนพันธุ์แท้ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เตรียมเฮสุดเสียง หลังผู้บริหารไมโครซอฟ์ยืนยันชัดว่าระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อวินโดวส์ 8 (Windows 8) พร้อมแล้วที่จะปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปได้เริ่มต้นอัปเกรดระบบปฏิบัติการ ทั้งนี้การอัปเกรดวินโดวส์ 8 จะเริ่มต้นครั้งแรก 26 ตุลาคม
          
           ในที่สุดก็ได้ทราบเสียทีสำหรับแผนกำหนดการเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่อย่างวินโดวส์ 8 ที่แฟนไมโครซอฟท์ต่างรอคอยว่าจะได้เริ่มใช้งานจริงเมื่อใด ล่าสุดรายงานจากเว็บบล็อกอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ระบุว่า สตีเวน ไซนอฟสกี (Steven Sinofsky) ได้ประกาศว่าระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 จะปล่อยให้ผู้ใช้ได้เริ่มอัปเกรด 26 ตุลาคม 2012
          
           ทั้งนี้ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 จะวางจำหน่ายออกเป็น 2 รูปแบบ โดยรูปแบบแรกวินโดวส์ 8 จะติดตั้งพร้อมใช้งานเสร็จสรรพกับผู้ใช้ที่ได้ซื้อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องใหม่ (PC) กับอีกรูปแบบหนึ่งคือ จะเป็นรูปแบบในการอัปเกรดจากผู้ใช้ระบบปฏิบัติการเดิมของไมโครซอฟท์ เช่น วินโดวส์ 7 (Windows 7) วินโดวส์ วิสต้า (Windows Vista) และวินโดวส์ เอ็กซ์พี (Windows XP)
          
           ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดของไมโครซอฟท์ นอกจากจะมีการปล่อยระบบปฏิบัติการใหม่แล้ว ยังมีชุดออฟฟิศเวอร์ชันใหม่ Office 2013 วางจำหน่ายด้วยเช่นกัน ซึ่งจุดเด่นของออฟฟิศ 2013 จะเป็นด้านของการรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสทั้งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต รวมถึงการรองรับการใช้งานไฟล์เอกสารนามสกุล .PDF ของค่ายอะโดบี (Adobe) ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

    วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


    airnet อินเทอร์เน็ตบ้านไร้สาย Super Wi-Fi ความเร็วสูง จาก AIS



    airnet เป็นบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง จาก AIS ที่ให้ความเร็วในการอัพโหลดเท่ากับดาวน์โหลดซึ่งมากกว่า ADSL ทั่วไป ถึง 13 เท่า (เปรียบเทียบที่แพ็กเกจเริ่มต้น airnet 7 Mbps ส่วน ADSL 0.5 Mbps) ด้วย Upload Speed ที่สูงขนาดนี้ จึงทำให้สามารถใช้งานร่วมกับกล้องวงจรปิด ( CCTV )ได้เป็นอย่างดี รวมถึง Solution IP Camera ที่มีราคาย่อมเยาว์ลงอีกด้วย โดยใช้เทคโนโลยีไร้สาย Super Wi-Fi ที่ความถี่ 5 GHz ทำให้ในช่วงเวลาฝนฟ้าคะนองไม่มีผลต่อคุณภาพสัญญาณ และเนื่องจากเป็นบริการไร้สายจึงไม่จำเป็นต้องมีสายโทรศัพท์พื้นฐาน นอกจากนี้การติดตั้งยังทำได้ง่ายและรวดเร็วด้วย
    ais airnet
    การทำงานของ airnet นั้น ประกอบด้วยอุปกรณ์รับสัญญาณ (Customer Premises Equipment (CPE)) ที่ติดอยู่ที่บ้านของผู้ใช้บริการ ทำหน้าที่รับสัญญาณจากสถานีฐาน (Access Point(AP)) ของ AIS ซึ่งครอบคลุมการใช้งานในระยะ 3-5 กิโลเมตร โดยอุปกรณ์รับสัญญาณจะทำหน้าที่แปลงสัญญาณไร้สายเป็นสัญญาณ Ethernet (LAN) ต่อเข้ากับอุปกรณ์จ่ายไฟ (Power Over Ethernet (POE)) ที่ทำหน้าที่จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์รับสัญญาณ CPE และส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตมายังเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรงหรือจะต่อผ่าน Wi-Fi Router เพื่อกระจายสัญญาณให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น Notebook, โทรศัพท์มือถือ หรือ Tablet ภายในบ้านเพื่อใช้งานพร้อม ๆ กันหลายอุปกรณ์ก็ได้
    ais airnet
    ais airnet
    ข้อดีของ airnet จาก AIS
    ais airnet
    1. เป็นการรับ-ส่งข้อมูลเป็นแบบ Symmetric ทำให้ความเร็วในการดาวน์โหลด = อัพโหลด ซึ่งเร็วกว่า ADSL ทั่วไป ถึง 13 เท่า ในราคาเท่ากัน
    2. ไม่ต้องใช้โทรศัพท์พื้นฐาน (เบอร์บ้าน)ทำให้ประหยัดค่ารักษาหมายเลขโทรศัพท์ 107 บาทต่อเดือน
    3. ใช้งานได้ไม่จำกัดชั่วโมงและปริมาณข้อมูล
    4. มีอัตราส่วนการแชร์ใช้ข้อมูล (จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการต่อพื้นที่) ที่ดีที่สุดในตลาด ไม่ต้องแย่งความเร็วกัน
    5. ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว
    6. สามารถใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศ แม้แต่ช่วงเวลาฝนฟ้าคะนอง
    พื้นที่ให้บริการ
    ปัจจุบัน airnet สามารถให้บริการได้ทั้งในเขตกทม. ปริมณฑล และตามจังหวัดใหญ่ๆ ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบพื้นที่ให้บริการได้ทางhttp://www.ais.co.th/airnet/th/service_area.html หรือสอบถาม airnet contact center 1742 หรือ 02-614-0742
    แพ็กเกจที่ให้บริการ
    แอบเห็นโบรชัวร์ของ airnet เลยเอามาแชร์กันนะครับ ก็เลือกใช้ตามแบบที่ต้องการกันได้เลยครับ
    ais airnet
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    1. Website www.ais.co.th/airnet
    2. airnet contact center โทร. 1742 หรือ 02-6140742 เปิดให้บริการตั้งแต่ 9:00 – 24:00 น. ทุกวัน
    3. airnet facebook page www.facebook.com/ais.airnet